สร้างโบสถ์..อานิสงส์วิหารทาน

0
303
วิว
อุโบสถวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ
อุโบสถวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ

การสร้างอุโบสถ อานิสงส์แห่งวิหารทาน

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสสรรเสริญและแสดงธรรมเกี่ยวกับ เรื่องการสร้างวัดหรือส่วนประกอบของวัด เช่น ที่ดิน หรือศาสนวัตถุต่าง ๆ  โบสถ์ วิหาร ศาลา กุฏิสงฆ์ เสนาสนะถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ไว้ดังนี้

๑. ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง” (สังยุตตนิกาย)

๒. ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ย่อมมีบุญเจริญในกาลทุกเมื่อ ทั้งกลางวัน และกลางคืนเขาทั้งหลายตั้งอยู่ในธรรม สมบูรณ์ด้วยศีล และเป็นผู้ไปสวรรค์” (วนโรปสูตร)

๓. พระพุทธองค์ทรงยืนยันให้เห็นชัดเจนว่า การถวายวิหาร (วัด) ที่อยู่อาศัยแด่พระภิกษุสงฆ์เป็นสมุฏฐาน ก่อให้เกิดประโยชน์สุข ทั้งผู้รับและผู้ถวาย ซึ่งทรงแสดงอานิสงส์ไว้ว่าเป็นยอดของสังฆทาน  และเป็นปัจจัยให้ประสบความเกษมศานต์ จนบรรลุถึงพระนิพพาน (วิหารทานกถา) โดยตรัสไว้ว่า

“วิหารย่อมป้องกันหนาว ร้อน และเนื้อร้าย นอกจากนั้นยังป้องกันงูและยุง ฝนในสิสิรฤดู นอกจากนั้นวิหารยังป้องกันลมและแดดอันกล้าที่เกิดขึ้นได้ การถวายวิหารแก่สงฆ์ เพื่อหลีกเร้นอยู่ เพื่อความสุข เพื่อเพ่งพิจารณา และเพื่อเห็นแจ้ง พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า เป็นทานอันเลิศ เพราะ เหตุนั้นแล คนผู้ฉลาด เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน พึงสร้างวิหารอันรื่นรมย์ ให้ภิกษุทั้งหลายผู้พหูสูต อยู่ในวิหารนี้เถิด อนึ่งพึงมีใจเลื่อมใสถวายข้าว น้ำ ผ้า และเสนาสนะ อันเหมาะสมแก่พวกเธอ ในพวกเธอผู้ซื่อตรง เพราะพวกเธอ ย่อมแสดงธรรมอันเป็นเครื่องบรรเทาสรรพทุกข์แก่เขา เขารู้ทั่วถึงแล้ว จะเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพานในโลกนี้”

ทานํ สคฺคสฺส โสปนํ   ทานกุศลจัดว่าเป็นบันได้ขั้นแรกที่จะนำขึ้นสู่สวรรค์
ทานํ ปาเถยฺยมุตตมํ   ทานกุศลจัดว่าเป็นเสบียงอันประเสริฐ
ทานํ อุชุคตํ มคฺคํ       ทานกุศลจัดว่าเป็นทางสายตรงไปสู่พระนิพพาน
ทานํ โมกฺขปทํ วรํ      ทานกุศลจัดว่าเป็นบาทให้ถึงซึ่งความหลุดพ้น

การสร้างวัด สร้างโบสถ์ ของพระสงฆ์องค์เจ้าก็ดี ของอุบาสกอุบาสิกา ต่อพุทธศาสนาก็ดี จัดเป็นวิหารทานเป็นทานอันเลิศ  ตามที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ในพระไตรปิฎก

การสร้างอุโบสถ “วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ”

“วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ” หรือสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ได้ถูกค้นพบ และก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณในราว ปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ โดยชาวบ้าน นิยมเรียกกันว่า “ถ้ำพระ” ทั้งนี้เพราะในอดีตมีพระพุทธรูปโบราณเก่าแก่ ปางต่าง ๆ อยู่ในถ้ำเป็นจำนวนมาก โดยก็มิมีใครทราบว่าพระพุทธรูป โบราณเหล่านี้มาจากไหน จึงเป็นที่เรียกกันของชาวบ้านว่า “ถ้ำพระ” จึงทำให้มีพระสายปฏิบัติกรรมฐานแวะเวียนมาพักปฏิบัติธรรมชั่วคราว สับเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่อย่างนี้เรื่อยมาจึงมีชื่อสถานปฏิบัติธรรม โดยรับอนุญาตอย่างถูกต้องว่า “สถานปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานถ้ำพระบำเพ็ญบุญ”

ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ ทางกระทรวงศึกษาธิการได้เล็งเห็นประโยชน์ คุณูปการดังกล่าวมาแล้วนั้น จึงมีคำสั่งแต่งตั้งสำนักสงฆ์ วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ เป็น “ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ ประจำจังหวัดเชียงราย โดยกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องใน มหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชมหาราช ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๖ รอบ ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๒” ริเริ่มสร้างโบสถ์

จากการที่พระครูจันทนิภากร หรือ หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร ได้เป็นผู้นำปฏิบัติธรรมและเผยแผ่ธรรม จนเป็นที่รู้จักกัน อย่างกว้างขวางในหมู่พระภิกษุสงฆ์ผู้จาริกแสวงบุญและธุดงค์ แวะเวียนมาปฏิบัติธรรมยังสถานที่แห่งนี้ ท่านได้ขอจัดตั้ง สถานปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานถ้ำพระบำเพ็ญบุญ แห่งนี้ เป็น “วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ” และได้ริเริ่มจัดงาน “ปริวาสกรรม” เพื่อสงเคราะห์แก่หมู่พระภิกษุสงฆ์ จนกระทั่งปัจจุบันก็เป็นเวลา ร่วม ๒๐ กว่าปี เนื่องจากวัดถ้ำพระแห่งนี้ตั้งอยู่ในป่ารกชัฏ เป็นที่สัปปายะ อุดมไปด้วยป่าไม้นานาพันธุ์น้อยใหญ่ที่ล้อมรอบ ไปด้วยภูเขาหิน และมีถ้ำที่เป็นธรรมชาติอยู่จำนวน ๔-๕ ถ้ำ

ดังนั้น ท่านจึงใช้ “ถ้ำ” โดยสมมติเป็นอุโบสถชั่วคราว ซึ่งทั้งนี้ วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญยังไม่มีอุโบสถใช้ แต่การจัดงานปริวาสกรรม สำหรับพระภิกษุสงฆ์ทั่วประเทศที่ได้มาอยู่ปริวาสกรรม ยังวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญแห่งนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้อุโบสถ ในการทำสังฆกรรม เพื่อการสวดขอปริวาสกรรม การขึ้นมานัต และการออกอัพภาณตามพระวินัยบัญญัติ

แต่เมื่อมีพระภิกษุสงฆ์ได้มาอยู่ประพฤติปริวาสเป็นจำนวน หลายร้อยรูป “ถ้ำ”ที่ใช้เป็นอุโบสถชั่วคราวก็คับแคบลง บรรจุพระภิกษุสงฆ์ได้ประมาณ ๒๐-๓๐ รูป ในการทำสังฆกรรม และในระหว่างจำพรรษา “ถ้ำ” ก็มีน้ำเจิ่งนอง ซึ่งเมื่อพระภิกษุสงฆ์ ใช้ถ้ำในการทำสังฆกรรมพื้นถ้ำก็ชื้นแฉะไปด้วยน้ำ ก่อให้เกิด ความลำบากแก่พระภิกษุสงฆ์เป็นจำนวนมาก

ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้จึงก่อให้เกิดความจำเป็นที่ หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร ท่านมีดำริที่จะสร้างอุโบสถขึ้นมาเพื่อเป็นประโยชน์โดยตรงไว้ ในพระพุทธศาสนาและเพื่อประโยชน์ใหญ่แก่หมู่พระภิกษุสงฆ์ ที่จำเป็นต้องใช้อุโบสถในการทำสังฆกรรมไม่เพียงเฉพาะ งานปริวาสกรรมสำหรับพระภิกษุเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นสถานที่ อุปสมบท-บรรพชาพระภิกษุ สามเณร ที่ประสงค์จะมาอยู่ยัง สถานปฏิบัติธรรม วัดถ้ำพระบำเำพ็ญบุญ แห่งนี้หรือกุลบุตร ผู้ยากไร้หรือขาดแคลนปัจจัยที่ประสงค์จะอุปสมบท-บรรพชา ในพระพุทธศาสนาหลวงพ่อท่านยังได้เมตตาอุปถัมป์ให้ได้ รับการอุปสมบท-บรรพชาในพระพุทธศาสนานี้เช่นกัน

ดังนั้น อุโบสถ หรือ โบสถ์ ที่ปรากฏขึ้นบนพื้นที่ของ วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ จึงมากด้วยประโยชน์คุณูปการดังกล่าว โบสถ์ จึงมิใช่เพียงสิ่งปลูกสร้างทั่วไปที่มีขึ้นเพียงเพื่อมีไว้ ประดับพื้นที่ของวัดเท่านั้น แต่หากเป็นวิสุงคามสีมา เพื่อยังประโยชน์ สำหรับสืบทอดพระพุทธศาสนาและเกื้อกูลแก่หมู่สงฆ์ สมณชีพราหมณ์ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงพระธรรมวินัย และสืบทอดพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง เป็นอานิสงส์อย่างยิ่ง แห่งการสร้างโบสถ์ ซึ่งเป็น วิหารทาน ที่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสสรรเสริญถึงอานิสงส์ แห่งบุญ ไว้แล้วในพระไตรปิฏกที่ยกมา

เมื่อเป็นดังที่กล่าวมานี้จึงทำให้มีคณะศรัทธานำโดยคุณประชุม มาลีนนท์ พร้อมครอบครัวมาลีนนท์ และคณะเพื่อนๆ โดยได้ มอบหมายให้ คุณพรเดช อุยะนันทน์ เป็นสถาปนิกดูแล ร่วมด้วยคุณศิริชัย รณเกียรติ คุณศรีชัย รุจิร-วัฒนกุล คุณจมร ปรปักษ์ปลัย ซึ่งเป็นสถาปนิกจาก กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบอุโบสถ ท่านเหล่านี้ได้เป็นเจ้าภาพต้นบุญ ในการดำเนินการริเริ่มก่อสร้างอุโบสถ หลังดังกล่าว ซึ่งในการนี้ยังได้รับ ความเมตตาจากพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสังวโร ได้มีเมตตา ช่วยเหลือกิจกรรมการก่อสร้างอุโบสถหลังนี้ให้ดำเนินการลุล่วงด้วยดี

โดยอุโบสถหลังนี้ หลวงพ่อถวิล จันทะสะโร ท่านได้ปรับพื้นที่บนภูเขาสูง เบิกให้เป็นพื้นที่ราบเพื่อสำหรับใช้เป็นที่ตั้งของโบสถ์ ซึ่งเดิมบริเวณที่ จะทำการปลูกสร้างโบสถ์นั้นเป็นภูเขาหิน ท่านได้ทำการปรับหน้าดิน ให้ราบ แล้วนำดินส่วนที่ตัดออกมานั้นนำไปถมที่ลุ่มน้ำขังบริเวณ ด้านหน้าวัดเพื่อใช้้สำหรับเป็นที่จอดรถหรืออาจจะทำเป็นลานปฏิบัติธรรม ในอนาคตข้างหน้า

รูปแบบสถาปัตยกรรมของโบสถ์นั้น เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาประยุกต์ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ในการออกแบบโดย คุณจมร ปรปักษ์ประลัย สถาปนิกแห่งกรมศิลปากร ได้ปวารณาตัวในการออกแบบอุโบสถหลังนี้ โดยได้รับมอบหมายจากท่านเจ้าภาพให้ทำหน้าที่ในการออกแบบ โดยรูปแบบอุโบสถนั้น ทำเป็นอุโบสถแบบ ๒ ชั้น ศิลปล้านนาประยุกต์ มีความกว้าง ๑๓ เมตร ความยาว ๓๓ เมตร สามารถ รองรับ การทำสังฆกรรมสำหรับบรรจุพระสงฆ์ได้ประมาณ ๑๐๐-๑๒๐ ท่าน ซึ่งก็เป็นอุโบสถที่มีขนาดกระทัดรัด ดูงดงามเย็นตา เย็นใจ

โดยอุโบสถชั้นบนนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระประธาน “พระสุวรรติโลกนาถปุญญาวาสสถิต” และใ้ช้พื้นที่บริเวณ ชั้นบนนี้เพื่อทำสังฆกรรมสำหรับพระภิกษุสงฆ์ ส่วนบริเวณชั้นล่าง ของอุโบสถนั้น มีไว้เพื่อสำหรับอบรมการปฏิบัติธรรมที่เป็นหมู่คณะ หรือทำเป็นห้องสมุดด้วยส่วนหนึ่งเพื่อเก็บรวบรวม หนังสือธรรมะต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เล่าเรียน อ่านประดับความรู้

ซึ่งการก่อสร้างได้เริ่มดำเนินการ โดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อ วันจันทร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ในขณะนี้การดำเนินการ ก่อสร้างได้สำเร็จลงเป็นที่เรียบร้อย และได้มีพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ เป็นที่เรียบร้อย

การก่อสร้างที่สำเร็จลุล่วงลงด้วยดีนี้ ขออนุโมทนาแด่ท่านเจ้าภาพ ซึ่งได้แก่ คุณประชุม มาลีนนท์ และครอบครัวมาลีนนท์ พร้อมด้วยพนักงานในหน่วยงานของท่านไทยทีวีสีช่อง ๓ พร้อมด้วย คณะเพื่อนๆ และทีมงานทุกท่าน ท่านสาธุชนผู้มีส่วนร่วมในบุญ สร้างอุโบสถในครั้งนี้ ขอความเจริญด้วย อายุ วรรณ สุข พละ จงมีแก่ชีวิต ครอบครัว และกิจการงานของท่านจงทุกเมื่อเทอญฯ

แสดงความเห็น